ขณะนี้มีผู้เข้าชม

เรามี 16 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

ควรคัดค้านการเป็นผู้จัดการมรดกหรือไม่และมีผลอย่างไร

             ปัญหาเรื่องทรัพย์มรดกเป็นเรื่องละเอียดอ่อนมากเนื่องจากเกี่ยวพันกับความสัมพันธ์ในครอบครัว ปัญหาส่วนหนึ่งมักเกิดจากเขยสะใภ้คอยยุยงส่งเสริมแย่งชิงทรัพย์มรดกกันร่วมกันแอบทำการโยกย้ายถ่ายเทหรือปกปิดทรัพย์มรดก ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นเป็นจำนวนมากและมีความยุ่งยากซับซ้อนหลายอย่างและหากเป็นคดีความก็มักจะแตกออกเป็นคดีพิพาทกันหลายคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญา เมื่อเจ้ามรดกตายทรัพย์มรดกทั้งหมดก็ไม่สามารถดำเนินการโดยเจ้ามรดกต้องมีการร้องขอต่อศาลขอเป็นผู้จัดการมรดกเสียก่อน ซึ่งในขั้นตอนนี้อาจมีการให้มาเซ็นต์เอกสารกระดาษเปล่าหรือให้มาเซ็นต์ยินยอมในการจัดตั้งผู้จัดการมรดก หรือไม่มีการนำเอกสารมาให้เซ็นต์แต่จะไปยื่นศาลเลยก็ได้โดยศาลก็มักจะให้ส่งสำเนาคำร้องให้ทายาทที่เหลือว่าจะคัดค้านหรือไม่  ปัญหานี้เป็นจุดเริ่มต้นของเรื่องมรดกทั้งหมด โดยท่านต้องพิจารณาก่อนว่าผู้ร้องจัดการมรดกเป็นคนดีมีศีลธรรมหรือไม่และเชื่อถือได้เพียงไร และนั่นเป็นประเด็นสำคัญเพราะเรื่องทรัพย์สินเงินทองไม่เข้าใครออกใคร  ปัญหาที่เจอส่วนมากและเป็นคดีในศาลคือผู้จัดการมรดกแอบนำทรัพย์มรดกไปจำหน่ายจ่ายโอนและเอาเงินเพียงคนเดียวไม่ยอมแบ่งทายาทอื่น  เมื่อไปฟ้องเพิกถอนก็ลำบากอีกเพราะเขาเป็นผู้จัดการมรดกโดยชอบด้วยกฎหมายและเราก็ยินยอมเซ็นต์ให้เขาเป็นผู้จัดการมรดกเอง หรือเราไม่เคยคัดค้านการเป็นผู้จัดการมรดกด้วย ดังกล่าวการจำหน่ายจ่ายโอนจึงชอบด้วยกฎหมาย  คร่าวนี้ไม่ต้องพูดถึงคนซื้อต่อเลยเพราะเขาจะอ้างว่าซื้อจากผู้จัดการมรดก  ท่านก็ต้องไปฟ้องคดียักยอกเอาเอง  และอาจเกิดปัญหาโต้แย้งกันเรื่องอายุความดำเนินคดีบ้าง ปัญหาการหลบหนีบ้าง หรือปัญหาการต่อสู้คดีเป็นเวลานานบ้าง  ซึ่งเท่ากับทรัพย์มรดกก็ไม่ได้  เสียพี่เสียน้อง  เสียเวลา เสียเงินเสียทอง และอีกมากมาย  คร่าวนี้เห็นหรือยังว่าปัญหามันเกิดจากอะไร  ทางที่ดีทุกคนควรเป็นผู้จัดการมรดกร่วมด้วยเพื่อให้มีการค้านอำนาจและต้องได้รับความเห็นชอบด้วยในการทำนิติกรรมต่างๆ ซึ่งก็แน่นอนว่าผู้ร้องเขาอยากจะเป็นคนเดียวเพื่อใช้อำนาจเบ็ดเสร็จ  และก็ต้องทำการไต่สวนว่าใครควรจะเป็นผู้จัดการมรดกรายนี้  ดังนั้นอย่าปล่อยให้เรื่องเล็กๆ กลายเป็นปัญหาที่ท่านต้องทุกข์ใจและไม่อาจแก้ไขได้ท่านอาจต้องเสียใจไปตลอดชีวิต  By www.siaminterlegal.com